เจาะเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจซื้อ-ไม่ซื้อบ้าน
ย้อนเวลากลับไปเมื่อปี 2560 เริ่มตั้งแต่เปิดศักราชปีระกา ภาคเศรษฐกิจไทยยังไม่ส่งสัญญาณกระเตื้องขึ้นเท่าไรนัก อันเป็นผลจากหลายปัจจัยทั้งธุรกิจส่งออก ค่าเงิน รวมไปถึงตัวเลขภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังไม่ลดระดับลง เหตุนี้จึงทำให้ภาวะการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยของคนไทยลดระดับตาม แต่เมื่อช่วงปลายปีกลับพบว่าตลาดอสังหาฯ ส่อแววคึกคักอีกครั้งเนื่องจากได้แรงส่งจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ล่าสุดจากการสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อสภาพตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลผ่านแบบสำรวจออนไลน์ในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา  หนึ่งในผลสำรวจที่น่าสนใจเป็นเรื่องของเหตุผลที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อ-ไม่ซื้อบ้าน

เจาะเหตุผล ที่ทำให้ตัดสินใจซื้อ-ไม่ซื้อบ้าน

เหตุผลหลักที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อบ้าน
1. ดอกเบี้ยสินเชื่อกู้ซื้อบ้านอยู่ในระดับต่ำ
2. ผู้บริโภคมองว่าในระยะยาว อสังหาฯ จะมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

สามารถเข้ามาดู อัพเดทอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน กู้ซื้อบ้าน ซึ่ง DDproperty ได้อัพเดททุกเดือน พร้อมคำนวณสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยด้วยตนเองได้ที่นี่ 

ในขณะที่เหตุผลหลักที่คนตัดสินใจไม่ซื้อบ้าน
1. อสังหาฯ ราคาแพงเกินไป
2. เศรษฐกิจไทยไม่ดี
3. ราคาอสังหาฯ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2560 จะพบว่าการตัดสินใจของผู้ซื้อบ้านนั้นเปลี่ยนไป โดยเหตุผลแรกที่ทำให้ตัดสินใจซื้อบ้าน ณ ขณะนั้นคือ “ในระยะยาว อสังหาฯ มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เหมาะแก่การลงทุน” ส่วนกลุ่มที่ไม่ซื้อบ้านยังคงตระหนักถึงปัจจัยอสังหาฯ “ราคาแพงเกินไป” เฉกเช่นเดียวกับผลสำรวจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560

“บ้านเดี่ยว” ยังคงครองใจคนอยากมีบ้าน

กราฟแสดงแนวโน้มในการซื้ออสังหาฯ ของผู้บริโภคในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 จากการสำรวจของ DDproperty

จากกราฟแสดงข้อมูลผลสำรวจผู้บริโภคแสดงความคิดเห็นในการตัดสินใจซื้อรูปแบบที่อยู่อาศัยประเภทใดมากที่สุด ซึ่งพบว่า “บ้านเดี่ยว” ยังคงครองแชมป์ที่อยู่อาศัยที่ผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อแน่นอนถึง 21% รองลงมาคือที่ดิน 18% คอนโดมิเนียม 16% ขณะที่รูปแบบที่อยู่อาศัยที่ไม่ตัดสินใจซื้อมากที่สุดคือ บ้านแฝดสูงถึง 13% รองลงมาคือโครงการมิกซ์ยูส 12% ซึ่งแตกต่างกับผลการสำรวจช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560 ที่พบว่าคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยวยังนิยมในการตัดสินใจซื้อมากที่สุด โดยมีอัตราความแน่นอนในการซื้อ 19% รองลงมาคือทาวน์เฮ้าส์ 10%

ทำเลที่อยู่ในความสนใจของผู้บริโภคจากผลการสำรวจรอบล่าสุด

 

จัดอันดับทำเลที่อยู่อาศัยในฝัน
อันดับ 1 โซนกรุงเทพฯ รอบนอก รวมไปถึงชานเมือง
อันดับ 2 รัชดา ลาดพร้าว พระราม 9 
อันดับ 3 โซนพระโขนง อ่อนนุช อุดมสุข 
อันดับ 4 จังหวัดเชียงใหม่
อันดับ 5 ย่านบางนาและแบริ่ง

สำหรับการสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภค (Consumer Sentiment Survey)  จัดทำเป็นประจำทุกๆ 6 เดือน โดยผลสำรวจรอบล่าสุดจัดทำในช่วงเดือนธันวาคม 2560 เพื่อสะท้อนมุมมองของผู้บริโภคในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 โดยมีผู้ร่วมทำแบบสอบถามกว่า 600 ราย

ความเชื่อมั่นของผู้ซื้อบ้าน มองตลาดอสังหาฯ ปี 61 จะดีขึ้น
ด้วยภาวะหนี้ครัวเรือนที่ลดลง ประกอบกับรัฐบาลออกนโยบายคงอัตราดอกเบี้ยให้คงที่ 1.5 % ต่อเนื่อง 2 ปี ยังไม่นับรวมเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ทั้งการผลักดันเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และโครงการรถไฟฟ้าสายอนาคต ที่ทางภาครัฐกำลังเดินหน้าเร่งก่อสร้างให้แล้วเสร็จ เพื่อหวังให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัว จึงทำให้เหล่าผู้ประกอบการอสังหาฯ หรือแม้แต่ตัวผู้ซื้อบ้านเอง เริ่มมีความเชื่อมั่นว่าตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2561 น่าจะส่อแววสดใสขึ้น เหตุนี้จึงพบว่าผู้บริโภคหลายรายหันมาตัดสินใจซื้อบ้านและคอนโดฯ มากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง 2560 หากเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก ที่มีการชะลอการซื้อโครงการต่างๆ อย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตามสภาพตลาดอสังหาฯ ในปี 2561 ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ประกอบกับภาครัฐจะออกมาตรการอะไรมาช่วยให้คนอยากมีบ้าน ได้ซื้อที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ทั้งในด้านของสินเชื่อ ดอกเบี้ย รวมไปถึงการตรึงราคาของโครงการอสังหาฯ ต่างๆ ให้มีราคาสมเหตุสมผล ไม่แพงจนเกินไป